[Trans] บทสัมภาษณ์ NU’EST ใน W Korea 2017

[Trans] บทสัมภาษณ์ NU’EST ใน W Korea 2017

พวกคุณได้กลับมาในฐานะ “NU’EST W” บอกกันว่า W คือตัวย่อของคำว่า Wait  อะไรคือสิ่งที่เมมเบอร์แต่ละคนรอคอยมากที่สุด

JR: สิ่งที่ผมรอคอยมากที่สุด คือการได้พบกับแฟนๆครับ พวกเรากลับมาใช้ชื่อ นิวอีสต์ อีกครั้งหลังจากหายไปนาน สำหรับอัลบั้มที่กำลังเตรียมอยู่ตอนนี้ ผมตั้งตาคอยว่าแฟนๆจะคิดอย่างไร และผลลัพธ์ที่พวกเราจะได้รับ

แบคโฮ :ในเดือนสิงหานี้ พวกเรากำลังจะมีแฟนมีต พวกเราอยากลองจัดคอนเสิร์ตในฮอลใหญ่ๆมาโดยตลอด เพราะสามารถที่จะโชว์อะไรได้หลายๆอย่าง มันจึงเหมือนกับว่าเราได้อยู่ใกล้ความฝันขึ้นอีกก้าวนึง ผมจึงรอคอยแฟนมีตที่กำลังจะจัดขึ้นด้วยความตื่นเต้น

เร็น : เพราะเป็นเวลานานแล้วหลังจากการโปรโมทครั้งล่าสุด ผมจึงตั้งตารอคอยกิจกรรมต่อไป ผมอยากที่จะไปขึ้นรายการเพลงเร็วๆเหมือนกัน ผมคิดถึงเวทีมากจริงๆ


JR (คิมจงฮยอน) แบคโฮ (คังดงโฮ) เร็น (เชวมินกิ) พวกคุณสามคนได้ไปออกรายการ Produce 101 และได้เป็นที่รู้จักสำหรับใครหลายคน รวมถึงเมมเบอร์อีกคนของ NU’EST ฮวังมินฮยอนที่ได้เข้าสู่ท็อป 11 คนและขณะนี้กำลังโปรโมทในฐานะ Wanna One มีเหตุผลที่ทำไมอาร่อนถึงเป็นคนเดียวที่ไม่ได้ไปออกรายการไหม?

อาร่อน : ในตอนนั้นหัวเข่าของผมไม่ค่อยดีครับ ช่วงก่อนหน้านั้น ผมเต้นไม่ได้เลยจนถึงกับต้องนั่งขณะร้องเพลง มันเลยต้องการเวลาในการรักษาตัว แน่นอนตอนที่พวกเมมเบอร์ไปออกรายการ ผมเฝ้าติดตามแบบเรียลไทม์เลยครับ และเพราะว่าพวกเขาได้รับเสียงตอบรับที่ดี ผมเลยรู้สึกภูมิใจมาก

เร็น: หลังจากถ่ายทำรายการเสร็จ เมื่อเรากลับไปถึงหอพัก พี่อาร่อนจะรออยู่และทำอาหารให้พวกเราทาน


แม้แต่ระหว่างการถ่ายทำ Produce 101 สมาชิก Nu’est ก็อยู่ด้วยกัน?

JR :
มีบางช่วงครับที่พวกเราอยู่ด้วยกันใน Produce 101 และแยกกันตอนที่ต้องถ่ายทำ พวกเรายังอยู่ด้วยกันในหอพักเหมือนแต่ก่อน

อาร่อน : ตอนที่พวกเด็กๆไปถ่ายรายการกัน ผมอยู่เฝ้าหอคนเดียว เหงามากเลยครับ ผมถึงกับถามผู้จัดการว่า เมื่อไรจะถ่ายจบ เมื่อไรพวกเขาจะกลับมา ผมไม่ได้นอน ผมรอพวกเขาแทน ตอนที่ผมดูรายการ แล้วเห็นพวกเขาทุกคนทำได้ดี ผมก็จะพูดให้กำลังใจเขาว่าพวกนายทำได้ดีแล้ว


ถ้าอย่างนั้นอาร่อนเลือกใครตอนต้องโหวตแบบคนเดียว?

อาร่อน : ตั้งแต่ให้เลือกโหวตแค่สองคน มันยากมาก ผมเลยหยุดโหวตครับ (หัวเราะ)


นอกเหนือจากอาร่อน ในฐานะเมมเบอร์ที่ได้เข้าร่วมรายการ Produce 101 คุณคิดว่าคุณได้รับอะไรมาบ้าง และเสียอะไรไปบ้าง?


เร็น :
ผมรู้สึกเสียใจครับที่ตอนออกอากาศแทบไม่มีแอร์ไทม์เลย ตอนที่ผมเล่นกับพวกเด็กๆคนอื่นในรายการถูกถ่ายไว้เยอะมาก แต่ว่าด้านนั้นของผมกลับไม่ได้ถูกฉายออกอากาศเลย ภายหลังพีดีมาปลอบผมและบอกว่าโปรดิวเซอร์แห่งชาติอยากเห็นพวกเราแข่งกันอย่างดุเดือดมากกว่า ผมไม่รู้ว่าด้านนั้น(แข่งขัน)ของผมไม่ค่อยถูกเก็บภาพไว้รึเปล่า แต่ไม่เป็นไรครับ เพราะต่อจากนี้ ผมสามารถที่จะแสดงตัวตนของผมผ่าน NU’EST W

แบคโฮ : ผมไม่รู้สึกเสียใจอะไร ผมคิดว่าผลตอบรับนั้นออกมาในทางที่ดีเช่นกัน แต่ตอนที่เริ่มรายการนั้นผมรู้สึกแย่กับแฟนๆที่ชอบพวกเรามาตั้งแต่ก่อนออกรายการ และเพราะแบบนั้น ผมจึงคิดว่าผมต้องทำทุกอย่างออกมาให้ดียิ่งกว่าเดิมเพื่อที่จะไม่ต้องมีอะไรให้เสียใจทีหลัง

JR : ไม่มีอะไรที่เสียเลยครับ สำหรับพวกเรา จุดหมายในการไปออกรายการนั้นต่างจากเด็กฝึกคนอื่น การกลับไปเป็นเด็กฝึกอีกครั้งแม้จะมีประสบการณ์มาหลายปีแล้ว ก็ให้ความรู้สึกเหมือนโกงนิดๆ แต่พูดตามตรง มันเป็นทางเลือกที่เราตัดสินใจเพื่อที่จะอยู่ต่อ


ในกรณีของเจอาร์ นอกเหนือจากทักษะที่ดี แล้วคุณยังได้สร้างความประทับใจในเรื่องที่คอยช่วยเหลือเด็กฝึกคนอื่นเสมอ

JR : เพราะว่าผมเคยมีประสบการณ์จากการทำกิจกรรมมาก่อน ผมคิดว่าการแสดงบนเวทีนั้นเป็นอะไรคงอยู่นานที่สุด และผมต้องการให้สเตจที่ผมได้มีส่วนร่วมนั้นเป็นตำนาน และนั้นเป็นสิ่งที่ผมไม่สามารถทำมันได้ด้วยตัวคนเดียว นิสัยของผมก็ไม่ใช่พวกที่ชอบเอาตัวรอดอยู่คนเดียว

 

ในความคิดของเมมเบอร์ เจอาร์คือคนที่เกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ในการสอนและช่วยเหลือคนอื่นเลยรึเปล่า? หรือนี่คือนิสัยที่เขาเป็นหลังจากที่รับหน้าที่หัวหน้าวง NU’EST?

เร็น: ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ค่อยๆพัฒนาขึ้น

แบคโฮ: เจอาร์เป็นคนที่จดจำท่าเต้นได้รวดเร็วที่สุด หลังจากที่เขาเรียนรู้มันแล้ว เวลาที่พวกเราฝึกซ้อมด้วยกัน แล้วมีจุดที่ผิดพลาด เขาก็จะเป็นคนคอยบอกครับเพื่อให้พวกเราเต้นได้พร้อมกัน เขาเป็นลีดเดอร์ที่สมกับเป็นลีดเดอร์

JR: มันเป็นตอนที่ผมต้องพยายามอย่างหนักเพื่อทำทุกอย่างให้ได้ เพราะว่าตอนที่ผมเป็นเด็กฝึกนั้น ผมแย่มาก ผมไม่รู้เลยว่าต้องทำอะไรยังไง และพอเห็นแบบนั้นเลยรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังแพ้ ผมไม่ชอบความรู้สึกแบบนั้น

แบคโฮ : เพราะเขาไม่ใช่คนที่ทำทุกอย่างได้ดีตั้งแต่แรก แต่ค่อยๆพยายามไปทีละอย่าง เขาเลยมีพื้นฐานที่ดี มันเลยทำให้ดูมั่นคงยิ่งกว่าเดิม และเขาก็เป็นคนที่เรียนรู้ที่จะทำงานอย่างหนัก

JR : ผมเป็นพวกที่คิดว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ถ้าคนแบบผมที่ไม่มีพรสวรรค์ เคยทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง ยังทำได้ เด็กคนอื่นก็ต้องทำได้เหมือนกัน ผมเลยมีสิ่งที่สามารถแบ่งปันพูดคุยกับคนอื่น เพราะว่าผมผ่านมันมาแล้ว คำพูดอย่าง “ตอนที่นายเต้น ไลน์ไม่สวยเลย นายไม่รู้วิธีการที่จะใส่พลังลงไป..”


เพราะคุณค่อยๆฝึกสะสมทักษะมาเรื่อยๆ คุณคงมีความมั่นใจมาก

JR: ผมไม่ค่อยเชื่อในตัวเอง แต่ผมเชื่อในผู้คนรอบๆตัวและเมมเบอร์ของผม


ขณะเตรียมการคัมแบ็ค เมมเบอร์ได้พูดคุยอะไรกันบ้าง ?

แบคโฮ : “กินข้าวรึยัง” “ไปกินข้าวกัน” ประโยคที่พูดกันในชีวิตประจำวันน่ะครับ

JR : พวกเราพูดถึงความลำบากที่เราผ่านมาด้วยกัน เพราะเรารู้ว่าจิตใจของแต่ละคนนั้นมีช่วงเวลาที่ยากลำบากขนาดไหน สำหรับผู้คนรอบข้าง พวกเขาต่างแสดงความยินดีกับพวกเราที่ไปได้ดีในขณะนี้ แต่ผมกลับคิดว่ามันจะแตกต่างหลังจากอัลบั้มต่อไป เพราะตอนนี้ความคาดหวังในตัวพวกเรานั้นสูงมาก หากพวกเราไม่สามารถทำได้ตามคาดหวังนั้น ความผิดหวังคงเยอะมากเช่นกัน แม้ว่าจะไม่มีอัลบั้มที่พวกเราไม่ใส่ไปเต็มที่ แต่สำหรับครั้งนี้พวกเราทำมันอย่างจริงจังราวกับว่ามันคือครั้งสุดท้าย

 

เสน่ห์ของเพลงคัมแบ็คสเปเชี่ยลอย่าง If You ที่พวกคุณปล่อยออกมาก่อน?

JR : เป็นเพลงที่ผลิตโดยทีมของคุณ Kiggen ผู้เรียบเรียงเพลง Daybreak ที่ผมร้องคู่กับมินฮยอน และคุณเชวจินคยอง แม้ว่าจะเป็นเพลงแนวถ่ายทอดอารมณ์ แต่ก็ให้ความรู้สึกสดชื่น สบายๆที่สามารถฟังได้ แม้ในวันที่มีอากาศร้อนโดยไม่รู้เครียด

เร็น : แฟนๆต่างก็รู้สึกเข้าถึงเนื้อเพลงนี้ ตอนที่พวกเราอ่านคอมเม้นท์ มีบางคนบอกว่าเขาร้องไห้ตั้งแต่ได้ยินท่อนแรก ดูเหมือนว่าเพลงนี้จะอธิบายสถานการณ์ตอนนี้ของพวกเราได้ดีที่สุด


คุณเป็นพวกที่ใส่ใจในการอ่านคอมเม้นท์ไหม? ตอนที่อ่านอาจมีบางครั้งที่มีคอมเม้นท์แย่ๆ และมันค่อนข้างทำร้ายจิตใจ ถึงกับมีไอดอลบางคนที่ตั้งใจไม่อ่านคอมเม้นท์

เร็น : ผมคิดว่าคงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่อ่านมัน แต่ว่านี่คือชีวิตและอาชีพที่พวกเราอยู่ได้เพราะแฟนๆ ดังนั้นเวลาที่อ่านคอมเม้นท์ มันก็จะมีจุดพวกเราต้องแก้ไขและทำงานให้หนักขึ้น แน่นอนว่ามันอาจจะทำให้รู้สึกแย่เวลาอ่าน แต่พวกเราก็ต้องดึงตัวเองขึ้นมาให้ได้

แบคโฮ : ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยสนใจคอมเม้นท์แย่ๆมากนัก อาจจะเป็นเพราะว่าตลอดมา เวลาที่พวกเราโปรโมทพวกเราไม่ค่อยได้รับความสนใจกันสักเท่าไร คอมเม้นท์แย่ๆก็ถือว่าเป็นความสนใจอย่างหนึ่งเหมือนกัน

 

หลังจากไปออกรายการ Produce 101 เพลงเก่าๆของคุณอย่าง Hello ได้กลับขึ้นมาติดชาร์ตอีกครั้ง และกลายเป็นหัวข้อใหญ่ มีหลายคนที่พูดว่า “ทำไมฉันถึงเพิ่งมารู้จักวงที่มีความสามารถขนาดนี้ตอนนี้นะ” คุณรู้อย่างไรบ้างตอนที่ได้ยิน ?

เร็น : จากความคิดนั้น นอกเหนือจากทักษะและสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังมีส่วนของโชคด้วย ความจริงที่ว่าพวกเราไม่สามารถที่จะทำให้คนรู้จักได้จนถึงตอนนี้นั้นก็เป็นชะตาของเรา และตอนนี้ที่พวกเราสามารถก้าวผ่านเรื่องพวกนั้นมาได้ก็ดูเหมือนกับว่าเป็นสิ่งพระเจ้าประทานมาให้

JR : ผมรู้สึกโล่งอกที่พวกเราทุ่มเทชีวิตของพวกเราให้กับทุกอัลบั้มที่ผ่านมา หากผลงานที่ผ่านมาของพวกเรานั้นไม่ได้มีคุณภาพมากพอ พวกเราคงรู้สึกละอายใจ และเสียใจเมื่อได้รับโอกาสที่จะได้เป็นที่รู้จักมา พวกเรารู้สึกขอบคุณมากจริงๆที่มีคนสนใจในเพลงเก่าๆของพวกเรา และเพราะแบบนั้น อัลบั้มรอบนี้จึงเป็นอะไรที่กดดันมาก และในฐานะคนที่เขียนเพลงเพื่อนำไปใส่ในอัลบั้มถัดไป แบคโฮคงจะรู้สึกกดดันมากขึ้น

แบคโฮ : แม้ว่าพวกเรายังไม่ตัดสินใจว่าจะใส่เพลงลงไปในอัลบั้มกี่เพลง และผมก็ยังอยู่ในระหว่างการเขียนเพลง เราอยู่ในขั้นตอนที่เมมเบอร์กำลังหาพาร์ทที่ชอบของตัวเอง รวมถึงกำลังพิจารณาว่าพวกเราจะทำอย่างไรในการดึงเสน่ห์ของแต่ละคนออกมา แน่นอนว่าวิธีการแสดงความเข้ากันของพวกเราเมื่ออยู่รวมกันด้วย

 

ในรายการ Produce 101 แบคโฮ ได้โชว์นิสัยที่มั่นคงของเขา จนบางครั้งทำให้บรรยากาศดูน่ากลัว ในทีม คุณคิดว่าคุณเป็นพวกมั่นใจในความคิดตัวเองรึเปล่า?

แบคโฮ : แม้ว่าผมจะไม่ใช่ลีดเดอร์ ผมคิดว่าเมื่อถึงเวลา มันก็จำเป็นสำหรับผมที่จะต้องกล้าเผชิญหน้าเพื่อให้ลีดเดอร์ของทีมเจอความสมดุล และจัดการให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี หากมันดูเป็นไปไม่ได้ในความคิดของผมที่จะคุย พวกเราคงจะไม่ได้เลือกลีดเดอร์มา แต่คงเป็นพระราชา

JR : แม้จะอยู่ในตำแหน่งลีดเดอร์ ผมชอบที่จะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ต้องขอบคุณสิ่งนี้ที่ทำให้สิ่งที่ผมมองข้ามไปได้รับการแก้ไขและไม่ถูกปล่อยเลยตามเลย ลีดเดอร์คือคนที่คอยดึงจากข้างหน้า ส่วนราชานั้นคือคนที่คอยออกคำสั่งจากด้านหลัง

 

คุณคิดว่าอะไรคือจุดแข็งของ NU’EST ที่แตกต่างจากไอดอลกลุ่มอื่น?

แบคโฮ : ถ้าเป็นแต่ก่อน ผมคงตอบว่าหน้าตาแต่ว่า… (หัวเราะ) ผมคิดว่ามันคือบาลานซ์ที่ดีของพวกเรา เวลาพวกเราอยู่ด้วยกัน 4 คน

อาร่อน : เพิ่มเติมคือ นิสัยของพวกเราทุกคนนั้นต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

เร็น : พวกเราอายุเท่ากันเกือบหมด ยกเว้นพี่อาร่อนที่แก่กว่าของพวกเราสองปี แต่เพราะเขามาจากอเมริกา พวกเราเลยใช้เวลาด้วยกันเหมือนเพื่อนมากกว่า จากจุดนั้นผมเลยคิดว่าเคมีระหว่างกันด้วยเช่นกัน เทียบกับวงอื่นที่ให้ความรู้สึกแบบพี่ชายน้องชาย ผมคิดว่าแฟนๆของพวกเราก็ชอบที่พวกเราอยู่ด้วยกันแบบเพื่อนสบายๆ

 

เปรียบเทียบกับตอนเดบิวต์ ดูเหมือนว่าคุณกำลังเริ่มเต้นใหม่อีกครั้งแต่ในอีกความหมาย ตอนนี้พวกคุณมีแผนแบบไหนกันบ้าง?

JR : สำหรับพวกเรา มีหลายอย่างเลยครับที่ถือว่าเป็นครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็นไปออกรายการวาไรตี้ หรือขึ้นสเตจ มันค่อนข้างจะให้ความรู้สึกแปลกใหม่ พวกเรามีความตั้งใจที่จะลองทำทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม

แบคโฮ : พวกเราคิดเสมอว่ามันคงเป็นเรื่องที่ดีมากหากพวกเราได้รับโอกาสที่จะแสดงความสามารถ แต่ตอนนั้นไม่ค่อยมีโอกาสสักเท่าไร ตอนนี้พวกเราจึงมีความสุขมาก และจะทำงานให้หนักขึ้นและดีขึ้นไปอีก

อาร่อน :  หลังจากนี้เป็นต้นไป การสู้ที่แท้จริงจะเริ่มขึ้น พวกเราจะทำทุกอย่างครับ

 


ในฐานะทีมที่อยู่ด้วยกันมา 6 ปี อะไรคือสิ่งที่คุณมั่นใจที่สุด ?

แบคโฮ : พวกเราเป็นทีมที่ผ่านแม้แต่ช่วงเวลาที่ยากลำบากมาด้วยกัน เมมเบอร์ต่างเชื่อใจกัน หากทุกอย่างเป็นไปในทางที่ดีขึ้น พวกเราคงมีความหวังและพลังที่จะทำให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

เร็น : ผมยังจำได้ถึงความประทับใจแรกที่เจอกันได้ ตอนนี้ทุกคนเท่ขึ้นและเป็นผู้ใหญ่ขึ้นกว่าสมัยที่พวกเรายังเป็นเด็กฝึก ความสัมพันธ์ของพวกเรานั้นสนิทกันมากขึ้นกว่าครั้งแรก ดังนั้นจึงเหมือนกับว่าพวกเราต่างให้พลังแก่กันและกัน

JR : เพราะพวกเราจะมีเวลาในการเตรียมตัว แม้ว่าจะรู้สึกกังวลเช่นกันที่ได้รับความสนใจมากขึ้นเพราะพวกเรากำลังจะคัมแบ็คอีกครั้ง แต่ผมคิดว่าพวกเราจะสามารถแสดงมันออกมาได้ดีอย่างแน่นอนครับ

 

ชีวิตในหอพักเป็นอย่างไรบ้างครับ?

อาร่อน : พวกเราอยู่กันคนละห้อง มีงานอดิเรกที่ต่างกัน ดังนั้นพวกเราจึงไม่ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันสักเท่าไรในหอพัก

แบคโฮ : ช่วงเวลาที่พวกเราอยู่ด้วยกันคือตอนกินข้าวครับ ในกรุ๊ปแชทของพวกเราก็พูดแต่เรื่องงานกับตารางเวลา แต่เพราะว่าพวกเราอยู่ด้วยกันตลอด ผมเลยไม่คิดว่ามันจำเป็นที่จะต้องส่งข้อความคุยกัน แต่เมื่อไม่นานมานี้ พี่อาร่อนเข้าไปในห้องของเจอาร์เพื่อเล่น Overwatch ซึ่งกลายเป็นว่าดันเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้แล้วหลับไป (หัวเราะ)



คุณได้เริ่มเป้าหมายและความฝันของตัวเอง ในฐานะ NU’EST คุณสามารถบอกได้ไหมว่าตอนนี้เป้าหมายของคุณอยู่ตรงไหนแล้ว?

อาร่อน: ผมอยากได้อันดับที่หนึ่งในรายการเพลงครับ เมมเบอร์ทุกคนคงร้องไห้กันหนักมาก อาจจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นที่ห้องส่งเพราะทะเลน้ำตา (หัวเราะ)

JR: ผมเป็นคนไม่ค่อยคิดถึงสิ่งที่อยากได้มากนัก ผมเป็นพวกเราที่อยากทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ดีที่สุดก่อนและโฟกัสไปที่ผลลัพธ์ของมัน แทนที่จะคิดถึงอนาคตข้างหน้า ผมอยากทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าผมให้ดีที่สุดก่อน เพราะว่าเรากำลังจะมีแฟนมีตเร็วๆนี้ นั่นจึงเป็นสิ่งที่มาก่อนอย่างแรก

แบคโฮ : ผมอยากไปงานรางวัลปลายปีจริงๆครับ หลังจากนั้นผมจะค่อยคิดถึงสิ่งถัดไป

 

 

 

 

 

 

 

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – 70 %

ผิดพลาดตรงไหน ขออภัยด้วยค่ะ

scanned by ethoc_transibit
eng trans. by jetaimedongho
thai trans. by gemxnxx

 

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s