[Trans] บทสัมภาษณ์ NU’EST ใน W Korea 2017

[Trans] บทสัมภาษณ์ NU’EST ใน W Korea 2017

พวกคุณได้กลับมาในฐานะ “NU’EST W” บอกกันว่า W คือตัวย่อของคำว่า Wait  อะไรคือสิ่งที่เมมเบอร์แต่ละคนรอคอยมากที่สุด

JR: สิ่งที่ผมรอคอยมากที่สุด คือการได้พบกับแฟนๆครับ พวกเรากลับมาใช้ชื่อ นิวอีสต์ อีกครั้งหลังจากหายไปนาน สำหรับอัลบั้มที่กำลังเตรียมอยู่ตอนนี้ ผมตั้งตาคอยว่าแฟนๆจะคิดอย่างไร และผลลัพธ์ที่พวกเราจะได้รับ

แบคโฮ :ในเดือนสิงหานี้ พวกเรากำลังจะมีแฟนมีต พวกเราอยากลองจัดคอนเสิร์ตในฮอลใหญ่ๆมาโดยตลอด เพราะสามารถที่จะโชว์อะไรได้หลายๆอย่าง มันจึงเหมือนกับว่าเราได้อยู่ใกล้ความฝันขึ้นอีกก้าวนึง ผมจึงรอคอยแฟนมีตที่กำลังจะจัดขึ้นด้วยความตื่นเต้น

เร็น : เพราะเป็นเวลานานแล้วหลังจากการโปรโมทครั้งล่าสุด ผมจึงตั้งตารอคอยกิจกรรมต่อไป ผมอยากที่จะไปขึ้นรายการเพลงเร็วๆเหมือนกัน ผมคิดถึงเวทีมากจริงๆ


JR (คิมจงฮยอน) แบคโฮ (คังดงโฮ) เร็น (เชวมินกิ) พวกคุณสามคนได้ไปออกรายการ Produce 101 และได้เป็นที่รู้จักสำหรับใครหลายคน รวมถึงเมมเบอร์อีกคนของ NU’EST ฮวังมินฮยอนที่ได้เข้าสู่ท็อป 11 คนและขณะนี้กำลังโปรโมทในฐานะ Wanna One มีเหตุผลที่ทำไมอาร่อนถึงเป็นคนเดียวที่ไม่ได้ไปออกรายการไหม?

อาร่อน : ในตอนนั้นหัวเข่าของผมไม่ค่อยดีครับ ช่วงก่อนหน้านั้น ผมเต้นไม่ได้เลยจนถึงกับต้องนั่งขณะร้องเพลง มันเลยต้องการเวลาในการรักษาตัว แน่นอนตอนที่พวกเมมเบอร์ไปออกรายการ ผมเฝ้าติดตามแบบเรียลไทม์เลยครับ และเพราะว่าพวกเขาได้รับเสียงตอบรับที่ดี ผมเลยรู้สึกภูมิใจมาก

เร็น: หลังจากถ่ายทำรายการเสร็จ เมื่อเรากลับไปถึงหอพัก พี่อาร่อนจะรออยู่และทำอาหารให้พวกเราทาน


แม้แต่ระหว่างการถ่ายทำ Produce 101 สมาชิก Nu’est ก็อยู่ด้วยกัน?

JR :
มีบางช่วงครับที่พวกเราอยู่ด้วยกันใน Produce 101 และแยกกันตอนที่ต้องถ่ายทำ พวกเรายังอยู่ด้วยกันในหอพักเหมือนแต่ก่อน

อาร่อน : ตอนที่พวกเด็กๆไปถ่ายรายการกัน ผมอยู่เฝ้าหอคนเดียว เหงามากเลยครับ ผมถึงกับถามผู้จัดการว่า เมื่อไรจะถ่ายจบ เมื่อไรพวกเขาจะกลับมา ผมไม่ได้นอน ผมรอพวกเขาแทน ตอนที่ผมดูรายการ แล้วเห็นพวกเขาทุกคนทำได้ดี ผมก็จะพูดให้กำลังใจเขาว่าพวกนายทำได้ดีแล้ว


ถ้าอย่างนั้นอาร่อนเลือกใครตอนต้องโหวตแบบคนเดียว?

อาร่อน : ตั้งแต่ให้เลือกโหวตแค่สองคน มันยากมาก ผมเลยหยุดโหวตครับ (หัวเราะ)


นอกเหนือจากอาร่อน ในฐานะเมมเบอร์ที่ได้เข้าร่วมรายการ Produce 101 คุณคิดว่าคุณได้รับอะไรมาบ้าง และเสียอะไรไปบ้าง?


เร็น :
ผมรู้สึกเสียใจครับที่ตอนออกอากาศแทบไม่มีแอร์ไทม์เลย ตอนที่ผมเล่นกับพวกเด็กๆคนอื่นในรายการถูกถ่ายไว้เยอะมาก แต่ว่าด้านนั้นของผมกลับไม่ได้ถูกฉายออกอากาศเลย ภายหลังพีดีมาปลอบผมและบอกว่าโปรดิวเซอร์แห่งชาติอยากเห็นพวกเราแข่งกันอย่างดุเดือดมากกว่า ผมไม่รู้ว่าด้านนั้น(แข่งขัน)ของผมไม่ค่อยถูกเก็บภาพไว้รึเปล่า แต่ไม่เป็นไรครับ เพราะต่อจากนี้ ผมสามารถที่จะแสดงตัวตนของผมผ่าน NU’EST W

แบคโฮ : ผมไม่รู้สึกเสียใจอะไร ผมคิดว่าผลตอบรับนั้นออกมาในทางที่ดีเช่นกัน แต่ตอนที่เริ่มรายการนั้นผมรู้สึกแย่กับแฟนๆที่ชอบพวกเรามาตั้งแต่ก่อนออกรายการ และเพราะแบบนั้น ผมจึงคิดว่าผมต้องทำทุกอย่างออกมาให้ดียิ่งกว่าเดิมเพื่อที่จะไม่ต้องมีอะไรให้เสียใจทีหลัง

JR : ไม่มีอะไรที่เสียเลยครับ สำหรับพวกเรา จุดหมายในการไปออกรายการนั้นต่างจากเด็กฝึกคนอื่น การกลับไปเป็นเด็กฝึกอีกครั้งแม้จะมีประสบการณ์มาหลายปีแล้ว ก็ให้ความรู้สึกเหมือนโกงนิดๆ แต่พูดตามตรง มันเป็นทางเลือกที่เราตัดสินใจเพื่อที่จะอยู่ต่อ


ในกรณีของเจอาร์ นอกเหนือจากทักษะที่ดี แล้วคุณยังได้สร้างความประทับใจในเรื่องที่คอยช่วยเหลือเด็กฝึกคนอื่นเสมอ

JR : เพราะว่าผมเคยมีประสบการณ์จากการทำกิจกรรมมาก่อน ผมคิดว่าการแสดงบนเวทีนั้นเป็นอะไรคงอยู่นานที่สุด และผมต้องการให้สเตจที่ผมได้มีส่วนร่วมนั้นเป็นตำนาน และนั้นเป็นสิ่งที่ผมไม่สามารถทำมันได้ด้วยตัวคนเดียว นิสัยของผมก็ไม่ใช่พวกที่ชอบเอาตัวรอดอยู่คนเดียว

 

ในความคิดของเมมเบอร์ เจอาร์คือคนที่เกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ในการสอนและช่วยเหลือคนอื่นเลยรึเปล่า? หรือนี่คือนิสัยที่เขาเป็นหลังจากที่รับหน้าที่หัวหน้าวง NU’EST?

เร็น: ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ค่อยๆพัฒนาขึ้น

แบคโฮ: เจอาร์เป็นคนที่จดจำท่าเต้นได้รวดเร็วที่สุด หลังจากที่เขาเรียนรู้มันแล้ว เวลาที่พวกเราฝึกซ้อมด้วยกัน แล้วมีจุดที่ผิดพลาด เขาก็จะเป็นคนคอยบอกครับเพื่อให้พวกเราเต้นได้พร้อมกัน เขาเป็นลีดเดอร์ที่สมกับเป็นลีดเดอร์

JR: มันเป็นตอนที่ผมต้องพยายามอย่างหนักเพื่อทำทุกอย่างให้ได้ เพราะว่าตอนที่ผมเป็นเด็กฝึกนั้น ผมแย่มาก ผมไม่รู้เลยว่าต้องทำอะไรยังไง และพอเห็นแบบนั้นเลยรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังแพ้ ผมไม่ชอบความรู้สึกแบบนั้น

แบคโฮ : เพราะเขาไม่ใช่คนที่ทำทุกอย่างได้ดีตั้งแต่แรก แต่ค่อยๆพยายามไปทีละอย่าง เขาเลยมีพื้นฐานที่ดี มันเลยทำให้ดูมั่นคงยิ่งกว่าเดิม และเขาก็เป็นคนที่เรียนรู้ที่จะทำงานอย่างหนัก

JR : ผมเป็นพวกที่คิดว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ถ้าคนแบบผมที่ไม่มีพรสวรรค์ เคยทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง ยังทำได้ เด็กคนอื่นก็ต้องทำได้เหมือนกัน ผมเลยมีสิ่งที่สามารถแบ่งปันพูดคุยกับคนอื่น เพราะว่าผมผ่านมันมาแล้ว คำพูดอย่าง “ตอนที่นายเต้น ไลน์ไม่สวยเลย นายไม่รู้วิธีการที่จะใส่พลังลงไป..”


เพราะคุณค่อยๆฝึกสะสมทักษะมาเรื่อยๆ คุณคงมีความมั่นใจมาก

JR: ผมไม่ค่อยเชื่อในตัวเอง แต่ผมเชื่อในผู้คนรอบๆตัวและเมมเบอร์ของผม


ขณะเตรียมการคัมแบ็ค เมมเบอร์ได้พูดคุยอะไรกันบ้าง ?

แบคโฮ : “กินข้าวรึยัง” “ไปกินข้าวกัน” ประโยคที่พูดกันในชีวิตประจำวันน่ะครับ

JR : พวกเราพูดถึงความลำบากที่เราผ่านมาด้วยกัน เพราะเรารู้ว่าจิตใจของแต่ละคนนั้นมีช่วงเวลาที่ยากลำบากขนาดไหน สำหรับผู้คนรอบข้าง พวกเขาต่างแสดงความยินดีกับพวกเราที่ไปได้ดีในขณะนี้ แต่ผมกลับคิดว่ามันจะแตกต่างหลังจากอัลบั้มต่อไป เพราะตอนนี้ความคาดหวังในตัวพวกเรานั้นสูงมาก หากพวกเราไม่สามารถทำได้ตามคาดหวังนั้น ความผิดหวังคงเยอะมากเช่นกัน แม้ว่าจะไม่มีอัลบั้มที่พวกเราไม่ใส่ไปเต็มที่ แต่สำหรับครั้งนี้พวกเราทำมันอย่างจริงจังราวกับว่ามันคือครั้งสุดท้าย

 

เสน่ห์ของเพลงคัมแบ็คสเปเชี่ยลอย่าง If You ที่พวกคุณปล่อยออกมาก่อน?

JR : เป็นเพลงที่ผลิตโดยทีมของคุณ Kiggen ผู้เรียบเรียงเพลง Daybreak ที่ผมร้องคู่กับมินฮยอน และคุณเชวจินคยอง แม้ว่าจะเป็นเพลงแนวถ่ายทอดอารมณ์ แต่ก็ให้ความรู้สึกสดชื่น สบายๆที่สามารถฟังได้ แม้ในวันที่มีอากาศร้อนโดยไม่รู้เครียด

เร็น : แฟนๆต่างก็รู้สึกเข้าถึงเนื้อเพลงนี้ ตอนที่พวกเราอ่านคอมเม้นท์ มีบางคนบอกว่าเขาร้องไห้ตั้งแต่ได้ยินท่อนแรก ดูเหมือนว่าเพลงนี้จะอธิบายสถานการณ์ตอนนี้ของพวกเราได้ดีที่สุด


คุณเป็นพวกที่ใส่ใจในการอ่านคอมเม้นท์ไหม? ตอนที่อ่านอาจมีบางครั้งที่มีคอมเม้นท์แย่ๆ และมันค่อนข้างทำร้ายจิตใจ ถึงกับมีไอดอลบางคนที่ตั้งใจไม่อ่านคอมเม้นท์

เร็น : ผมคิดว่าคงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่อ่านมัน แต่ว่านี่คือชีวิตและอาชีพที่พวกเราอยู่ได้เพราะแฟนๆ ดังนั้นเวลาที่อ่านคอมเม้นท์ มันก็จะมีจุดพวกเราต้องแก้ไขและทำงานให้หนักขึ้น แน่นอนว่ามันอาจจะทำให้รู้สึกแย่เวลาอ่าน แต่พวกเราก็ต้องดึงตัวเองขึ้นมาให้ได้

แบคโฮ : ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยสนใจคอมเม้นท์แย่ๆมากนัก อาจจะเป็นเพราะว่าตลอดมา เวลาที่พวกเราโปรโมทพวกเราไม่ค่อยได้รับความสนใจกันสักเท่าไร คอมเม้นท์แย่ๆก็ถือว่าเป็นความสนใจอย่างหนึ่งเหมือนกัน

 

หลังจากไปออกรายการ Produce 101 เพลงเก่าๆของคุณอย่าง Hello ได้กลับขึ้นมาติดชาร์ตอีกครั้ง และกลายเป็นหัวข้อใหญ่ มีหลายคนที่พูดว่า “ทำไมฉันถึงเพิ่งมารู้จักวงที่มีความสามารถขนาดนี้ตอนนี้นะ” คุณรู้อย่างไรบ้างตอนที่ได้ยิน ?

เร็น : จากความคิดนั้น นอกเหนือจากทักษะและสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังมีส่วนของโชคด้วย ความจริงที่ว่าพวกเราไม่สามารถที่จะทำให้คนรู้จักได้จนถึงตอนนี้นั้นก็เป็นชะตาของเรา และตอนนี้ที่พวกเราสามารถก้าวผ่านเรื่องพวกนั้นมาได้ก็ดูเหมือนกับว่าเป็นสิ่งพระเจ้าประทานมาให้

JR : ผมรู้สึกโล่งอกที่พวกเราทุ่มเทชีวิตของพวกเราให้กับทุกอัลบั้มที่ผ่านมา หากผลงานที่ผ่านมาของพวกเรานั้นไม่ได้มีคุณภาพมากพอ พวกเราคงรู้สึกละอายใจ และเสียใจเมื่อได้รับโอกาสที่จะได้เป็นที่รู้จักมา พวกเรารู้สึกขอบคุณมากจริงๆที่มีคนสนใจในเพลงเก่าๆของพวกเรา และเพราะแบบนั้น อัลบั้มรอบนี้จึงเป็นอะไรที่กดดันมาก และในฐานะคนที่เขียนเพลงเพื่อนำไปใส่ในอัลบั้มถัดไป แบคโฮคงจะรู้สึกกดดันมากขึ้น

แบคโฮ : แม้ว่าพวกเรายังไม่ตัดสินใจว่าจะใส่เพลงลงไปในอัลบั้มกี่เพลง และผมก็ยังอยู่ในระหว่างการเขียนเพลง เราอยู่ในขั้นตอนที่เมมเบอร์กำลังหาพาร์ทที่ชอบของตัวเอง รวมถึงกำลังพิจารณาว่าพวกเราจะทำอย่างไรในการดึงเสน่ห์ของแต่ละคนออกมา แน่นอนว่าวิธีการแสดงความเข้ากันของพวกเราเมื่ออยู่รวมกันด้วย

 

ในรายการ Produce 101 แบคโฮ ได้โชว์นิสัยที่มั่นคงของเขา จนบางครั้งทำให้บรรยากาศดูน่ากลัว ในทีม คุณคิดว่าคุณเป็นพวกมั่นใจในความคิดตัวเองรึเปล่า?

แบคโฮ : แม้ว่าผมจะไม่ใช่ลีดเดอร์ ผมคิดว่าเมื่อถึงเวลา มันก็จำเป็นสำหรับผมที่จะต้องกล้าเผชิญหน้าเพื่อให้ลีดเดอร์ของทีมเจอความสมดุล และจัดการให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี หากมันดูเป็นไปไม่ได้ในความคิดของผมที่จะคุย พวกเราคงจะไม่ได้เลือกลีดเดอร์มา แต่คงเป็นพระราชา

JR : แม้จะอยู่ในตำแหน่งลีดเดอร์ ผมชอบที่จะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ต้องขอบคุณสิ่งนี้ที่ทำให้สิ่งที่ผมมองข้ามไปได้รับการแก้ไขและไม่ถูกปล่อยเลยตามเลย ลีดเดอร์คือคนที่คอยดึงจากข้างหน้า ส่วนราชานั้นคือคนที่คอยออกคำสั่งจากด้านหลัง

 

คุณคิดว่าอะไรคือจุดแข็งของ NU’EST ที่แตกต่างจากไอดอลกลุ่มอื่น?

แบคโฮ : ถ้าเป็นแต่ก่อน ผมคงตอบว่าหน้าตาแต่ว่า… (หัวเราะ) ผมคิดว่ามันคือบาลานซ์ที่ดีของพวกเรา เวลาพวกเราอยู่ด้วยกัน 4 คน

อาร่อน : เพิ่มเติมคือ นิสัยของพวกเราทุกคนนั้นต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

เร็น : พวกเราอายุเท่ากันเกือบหมด ยกเว้นพี่อาร่อนที่แก่กว่าของพวกเราสองปี แต่เพราะเขามาจากอเมริกา พวกเราเลยใช้เวลาด้วยกันเหมือนเพื่อนมากกว่า จากจุดนั้นผมเลยคิดว่าเคมีระหว่างกันด้วยเช่นกัน เทียบกับวงอื่นที่ให้ความรู้สึกแบบพี่ชายน้องชาย ผมคิดว่าแฟนๆของพวกเราก็ชอบที่พวกเราอยู่ด้วยกันแบบเพื่อนสบายๆ

 

เปรียบเทียบกับตอนเดบิวต์ ดูเหมือนว่าคุณกำลังเริ่มเต้นใหม่อีกครั้งแต่ในอีกความหมาย ตอนนี้พวกคุณมีแผนแบบไหนกันบ้าง?

JR : สำหรับพวกเรา มีหลายอย่างเลยครับที่ถือว่าเป็นครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็นไปออกรายการวาไรตี้ หรือขึ้นสเตจ มันค่อนข้างจะให้ความรู้สึกแปลกใหม่ พวกเรามีความตั้งใจที่จะลองทำทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม

แบคโฮ : พวกเราคิดเสมอว่ามันคงเป็นเรื่องที่ดีมากหากพวกเราได้รับโอกาสที่จะแสดงความสามารถ แต่ตอนนั้นไม่ค่อยมีโอกาสสักเท่าไร ตอนนี้พวกเราจึงมีความสุขมาก และจะทำงานให้หนักขึ้นและดีขึ้นไปอีก

อาร่อน :  หลังจากนี้เป็นต้นไป การสู้ที่แท้จริงจะเริ่มขึ้น พวกเราจะทำทุกอย่างครับ

 


ในฐานะทีมที่อยู่ด้วยกันมา 6 ปี อะไรคือสิ่งที่คุณมั่นใจที่สุด ?

แบคโฮ : พวกเราเป็นทีมที่ผ่านแม้แต่ช่วงเวลาที่ยากลำบากมาด้วยกัน เมมเบอร์ต่างเชื่อใจกัน หากทุกอย่างเป็นไปในทางที่ดีขึ้น พวกเราคงมีความหวังและพลังที่จะทำให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

เร็น : ผมยังจำได้ถึงความประทับใจแรกที่เจอกันได้ ตอนนี้ทุกคนเท่ขึ้นและเป็นผู้ใหญ่ขึ้นกว่าสมัยที่พวกเรายังเป็นเด็กฝึก ความสัมพันธ์ของพวกเรานั้นสนิทกันมากขึ้นกว่าครั้งแรก ดังนั้นจึงเหมือนกับว่าพวกเราต่างให้พลังแก่กันและกัน

JR : เพราะพวกเราจะมีเวลาในการเตรียมตัว แม้ว่าจะรู้สึกกังวลเช่นกันที่ได้รับความสนใจมากขึ้นเพราะพวกเรากำลังจะคัมแบ็คอีกครั้ง แต่ผมคิดว่าพวกเราจะสามารถแสดงมันออกมาได้ดีอย่างแน่นอนครับ

 

ชีวิตในหอพักเป็นอย่างไรบ้างครับ?

อาร่อน : พวกเราอยู่กันคนละห้อง มีงานอดิเรกที่ต่างกัน ดังนั้นพวกเราจึงไม่ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันสักเท่าไรในหอพัก

แบคโฮ : ช่วงเวลาที่พวกเราอยู่ด้วยกันคือตอนกินข้าวครับ ในกรุ๊ปแชทของพวกเราก็พูดแต่เรื่องงานกับตารางเวลา แต่เพราะว่าพวกเราอยู่ด้วยกันตลอด ผมเลยไม่คิดว่ามันจำเป็นที่จะต้องส่งข้อความคุยกัน แต่เมื่อไม่นานมานี้ พี่อาร่อนเข้าไปในห้องของเจอาร์เพื่อเล่น Overwatch ซึ่งกลายเป็นว่าดันเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้แล้วหลับไป (หัวเราะ)



คุณได้เริ่มเป้าหมายและความฝันของตัวเอง ในฐานะ NU’EST คุณสามารถบอกได้ไหมว่าตอนนี้เป้าหมายของคุณอยู่ตรงไหนแล้ว?

อาร่อน: ผมอยากได้อันดับที่หนึ่งในรายการเพลงครับ เมมเบอร์ทุกคนคงร้องไห้กันหนักมาก อาจจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นที่ห้องส่งเพราะทะเลน้ำตา (หัวเราะ)

JR: ผมเป็นคนไม่ค่อยคิดถึงสิ่งที่อยากได้มากนัก ผมเป็นพวกเราที่อยากทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ดีที่สุดก่อนและโฟกัสไปที่ผลลัพธ์ของมัน แทนที่จะคิดถึงอนาคตข้างหน้า ผมอยากทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าผมให้ดีที่สุดก่อน เพราะว่าเรากำลังจะมีแฟนมีตเร็วๆนี้ นั่นจึงเป็นสิ่งที่มาก่อนอย่างแรก

แบคโฮ : ผมอยากไปงานรางวัลปลายปีจริงๆครับ หลังจากนั้นผมจะค่อยคิดถึงสิ่งถัดไป

 

 

 

 

 

 

 

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – 70 %

ผิดพลาดตรงไหน ขออภัยด้วยค่ะ

scanned by ethoc_transibit
eng trans. by jetaimedongho
thai trans. by gemxnxx

 

 

Advertisements

[Trans] บทสัมภาษณ์ NU’EST ใน CeCi ฉบับเดือนกันยายน 2017

บทสัมภาษณ์ NU’EST ใน CeCi ฉบับเดือนกันยายน 2017

 

“ตลอดการสัมภาษณ์ คำว่า ครอบครัว และพี่น้อง ได้ถูกพูดถึงหลายครั้ง ในฐานะ NU’EST W พวกเขาทั้ง 4 คนที่ได้มาเจอกับพวกเรา พวกเขาทั้งดูเข้มแข็งและมั่นคงมากเท่ากับระยะเวลาที่พวกเขาใช้มาร่วมกัน”

ceci f.PNG

นอกจากข่าวที่ที่นั่ง 10,000 ของแฟนมีตถูกขายหมดภายใน 3 นาที ก็ยังมีเหตุการณ์ดีๆเกิดขึ้นมาอีกเรื่อยๆ เพลงแรกของ NU’EST W “If You” ก็ยังเกาะอยู่บนชาร์ตเพลงในอันดับสูงๆ รวมถึงมินิคอนเสิร์ตที่จัดผ่านทาง V-Live ทำให้คุณได้เป็นกลุ่มไอดอลกลุ่มที่ 3 ที่ได้รับหัวใจ 100 ล้านดวง โดยส่วนตัว ถ้าถามว่าเหตุการณ์ไหนน่าจดจำที่สุดสำหรับคุณ จะเป็นเหตุการณ์ไหน ?

JR: ผมดีใจที่สุดเลยครับ เรื่องที่บัตรแฟนมีตขายออกหมดทุกใบ พวกเรากังวลมากๆว่าพวกเราจะสามารถทำให้ที่นั่ง 10,000 ที่เต็มได้ไหม แต่พอได้ยินว่าบัตรขายหมดภายในสามนาที มันดูเหมือนไม่ใช่ความจริงสำหรับพวกเราเลย ‘ตั้งแต่เมื่อไรกันที่เรามาถึงจุดนี้?’ ‘อะไรกันเนี่ย?’ พวกเรารู้สึกแบบนี้น่ะครับ

อาร่อน: ผมควรจะพูดว่าพวกเราดีใจแต่ก็งงกันสุดๆไหมนะ?

แบคโฮ: สมัยก่อนพวกเราเคยพูดหลายครั้งว่าอยากจัดแฟนมีต มันเลยเหมือนกับว่า พวกเราได้ทำให้ฝันกลายเป็นจริง แถมยังเป็นแฟนมีตแรกในฐานะ NU’EST W

JR: เพราะว่าพวกเรานั้นทำการแสดงที่ต่างประเทศบ่อยๆ ทำให้พ่อแม่ของพวกเราไม่สามารถที่จะไปดูการแสดงของเราได้เลยสักครั้ง ครั้งนี้ ดูเหมือนว่าพวกเราจะสามารถทำการแสดงให้พวกเขาดูในฮอลคอนเสิร์ตกว้างๆ

 

คุณคิดว่ามันจะเป็นอย่างไร เมื่อคุณได้ขึ้นแสดงโชว์ให้ครอบครัวของคุณได้ดูบนเวที?

เร็น : ผมคิดว่าความรู้สึกนั้นมันจะมาตอนที่เกิดขึ้นกับผมจริงๆแล้วเท่านั้น ตอนนี้ผมไม่สามารถจินตนาการได้เลยครับ

 

หลังจากประกาศเรื่อง NU’EST W คนแรกที่ได้ขึ้นมาแสดงบนรายการเพลงคือ อาร่อน เป็นอย่างไรบ้างสำหรับการฟีทเจอริ่งกับเรนะในเพลง “Loop” ?

อาร่อน : เป็นครั้งแรกที่ต้องขึ้นเวทีในรอบเกือบ 1 ปี และไม่มีเมมเบอร์อยู่ด้วยกันกับผม มันทั้งกดดันและเครียดมากครับ แต่ต้องขอบคุณที่ทุกอย่างออกมาด้วยดีครับ

 

อาร่อนได้ชื่อว่าเป็นคนหยอกเล่นตลกกับสมาชิกที่เด็กกว่าบ่อยๆ ใครคือคนที่คุณเล่นด้วยบ่อยที่สุดครับ ?

เร็น : เมมเบอร์ทุกคนมองมาที่ผมแล้วอ่ะครับ

อาร่อน : จากทั้งหมด เพราะว่ารีแอคชั่นของเร็นนั้นตลกและเขาก็รับมุกได้ดี ผมเลยชอบหยอกเล่นกับเขาบ่อยที่สุด

 

NU’EST W ได้ชื่อว่าเมมเบอร์นั้นมีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน รวมถึงคุณอยู่ด้วยกันมาตลอดตั้งแต่ยังเด็ก แต่ว่าในรายการ ‘Produce 101 Season 2’ ความสนิทสนมของพวกคุณ รวมถึงเวลาที่พวกคุณหยอกเล่นกันไม่ได้ถูกกล้องจับมากนัก พวกคุณตั้งใจสร้างระยะห่างระหว่างกัน?

แบคโฮ : มันดูเป็นแบบนั้นเหรอครับ? พวกเราไม่ได้ตั้งใจทำอะไรแบบนั้นเลย

JR : ตอนนั้นพวกเราอยู่คนละทีมกัน และพวกเราก็จำเป็นต้องตั้งใจในส่วนของตัวเอง ในตอนเริ่มรายการ พวกเราไม่สามารถที่จะหยอกเล่นอะไรกันเลย ไม่แม้แต่จะคิดเลยครับ พวกเราคิดแต่ว่าจะตั้งใจทำทุกอย่างให้ออกมาดีที่สุด

 

ในทางกลับกัน หลังรายการจบ ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นน่าประทับใจมาก รวมถึงมินฮยอน เมมเบอร์ทุกคนที่ไปออกรายการนั้นได้รับการตอบรับที่ดีทุกคน คุณเคยคิดถึงเหตุผลบ้างไหมว่าทำไม(ได้รับผลการตอบรับที่ดี)?

JR: พูดตามตรง พวกเราก็ยังไม่แน่ใจเลยครับว่าเหตุผลคืออะไร พวกเราคิดแค่ว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายของพวกเรา และไม่ได้คิดถึงอย่างอื่นเลยนอกจากต้องทำให้ดีที่สุด อย่างแรกเลยคือห้ามโชว์ภาพลักษณ์น่าอายบนเวที และแทนที่จะคิดว่าทำไมผู้ชมถึงชอบพวกเรา ผมคิดว่าพวกเรานั้นคิดถึงแต่สิ่งที่จะโชว์บนเวทีเท่านั้น เพราะว่าเด็กฝึกคนอื่นก็มีความคิดเช่นเดียวกัน และทุ่มเทชีวิตตัวเองลงไปเช่นกัน ความตั้งใจของเราที่จะไม่แพ้นั้นรุนแรงมากจริงๆครับ

เร็น: อาจจะเพราะว่าเมื่อผู้ชมเห็นด้านนั้นของพวกเรา เขาก็เลยชอบพวกเรามั้งครับ ?

 

ตลอดรายการ ภาพลักษณ์ที่ดีของเจอาร์ที่ยอมให้กับผู้อื่นถูกฉายให้ชมบ่อยๆ ได้รับความสนใจแบบนั้น โดยส่วนตัวไม่รู้สึกกดดันเหรอ?

JR: ผมขี้อายบ่อยๆ ผมเลยมีความสุขมากครั้บที่ได้ยินอะไรแบบนั้น แต่ผมก็อาย

 

แล้วถ้าให้เมมเบอร์ต้องเปิดเผยเรื่องของ JR สักนิด ? แบบ “JR ก็มีด้านแบบนี้อยู่เหมือนกันนะ!”

อาร่อน&เร็น: ตัวจริงของเขาคือเหมือนกับที่ถูกฉายทางรายการเลยครับ มันไม่มีอะไรที่ต้องแฉเลย

แบคโฮ: แม้ว่าผมจะพยายามแฉเขา แต่สิ่งที่สามารถพูดได้คงมีแค่ เขาเล่นเกมเยอะมากตอนอยู่ที่หอ? (หัวเราะ) พวกเรามีความคิดที่เหมือนกันครับ แม้ว่าสำหรับผม สิ่งที่สำคัญคือการดึงดูดบนเวที และเพื่อที่จะทำสิ่งนั้น อย่างแรก เราจำเป็นต้องสร้างการแสดงที่ดีก่อน แต่ในด้านของเจอาร์นั้น เขาทำหน้าที่ลีดเดอร์ได้ดี และมีความรับผิดชอบ แถมยังให้ความช่วยเหลือกับพวกเราเป็นอย่างดี เขาเป็นประเภทที่ดึงภาพการแสดงโดยรวมออกมาได้ดี

 

เร็นได้ถูกกล่าวถึงบ่อยๆในฐานะคนที่เด็กฝึกสนิทด้วย มีสูตรลับอะไรรึเปล่าที่ทำให้สามารถสนิทกับหลายๆคนได้ในเวลาสั้นๆ?

เร็น : อย่างแรกเลย เพราะพวกเขาทุกคนนั้นนิสัยดีครับ และผมก็เป็นคนประเภทที่ชอบที่จะสนิทกับทุกคนโดยไม่มีข้อแม้ ในรายการเด็กฝึกที่เด็กกว่าอาจจะรู้สึกไม่สะดวกใจกับพี่ๆที่แก่กว่า แต่ว่าเพราะผมเข้าหาพวกเขาแบบเหมือนเพื่อนมากกว่า ผมคิดว่าพวกเราเลยสนิทกันเร็วขึ้น

 

NU’EST W ได้โชว์คอนเซปต์ที่ไม่น่าตกใจและหลากหลาย เมื่อมองกลับไป มีคอนเซปต์ไหนที่น่าจดจำที่สุดสำหรับคุณ

อาร่อน: การโปรโมทของพวกเรานั้นสนุกหมดทุกครั้ง แต่ว่าหากผมต้องเลือก ที่เพิ่งผ่านมาไม่นานมานี้อย่าง ‘Overcome’ และ ‘Love Paint’ ดูเป็นอะไรที่เหมาะกับทีมของพวกเรา และตัวผมที่สุด

แบคโฮ: ตอนนี้ผมอยากลองทำเพลงที่คล้ายกับ ‘Hello’ เป็นเพลงที่น่าประทับใจและให้บรรยากาศสบายๆ

JR: ตอนที่พวกเราโปรโมท Hello นั้น พวกเรายังเด็กอยู่ ถ้าตอนนี้พวกเราอาจจะถ่ายทอดอารมณ์ได้มากขึ้น? ถ้าผมต้องเลือกมาหนึ่ง ‘Face’ ที่เป็นเวทีที่เราทำความฝันของเราสำเร็จ ซึ่งมีความหมายมาก และเต็มไปด้วยความทรงจำมากมาย

 

เร็นเป็นเมมเบอร์ที่ได้ลองอะไรหลายๆอย่าง เป็นอย่างไรบ้าง?

เร็น : ช่วง Overcome เป็นครั้งสุดท้ายที่ผมต้องไว้ผมยาว (หัวเราะ) ผมมีนิสัยที่สนุกกับการได้ลองอะไรหลายๆอย่าง และผลลัพะ์หลังจากนั้น เพราะว่ามันอยู่ในช่วงวัย 10กว่าๆของผมด้วย ผมเลยลองมันโดยไม่รู้สึกกลัว

 

เมื่อไม่นานมานี้ เป็นวันเกิดของแบคโฮ เมมเบอร์ทุกคนได้อัพโหลดคำอวยพรทาง SNS

แบคโฮ: ปกติแล้ว เมื่อเป็นวันเกิดใครสักคนในวง พวกเราจะอัพรูปตลกๆที่พวกเรามี แต่ว่าไม่นานมานี้ มีหลายคนที่เฝ้าดูพวกเรามากขึ้น และพวกเราได้กลายเป็นหัวข้อสนทนา

เจอาร์: พวกเราเหมือนเดิมตลอดครับ เป็นแบบนี้ระหว่างเมมเบอร์เช่นกัน

อาร่อน: ครั้งนี้ ถ้ามีอะไรเปลี่ยนไปก็เพราะว่ามีหลายคนที่ติดตามอยู่ แทนที่จะอัพโหลดรูปทำร้ายภาพลักษณ์ พวกเราเลยพยายามที่จะอัพรูปที่ดูค่อนข้างเท่ขึ้น?

 

และแน่นอน ความจริงที่ว่าพวกคุณนั้นได้รับความสนใจมากขึ้นจากผู้คนทั่วไป เป็นอะไรที่มีความสุขใช่มั้ย? อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุขที่สุด?

JR: พูดตามตรง ทุกอย่างที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมานี้ทำให้ผมมีความสุขหมดเลย…

อาร่อน: ตอนที่ได้ยินเพลงของพวกเราตามถนนครับ! ได้ยินเพลงของพวกเราที่เคยโปรโมทแต่ก่อนตามถนน ทำให้ผมมีความสุขมากจริงๆ

เร็น: สำหรับผม คือตอนที่พ่อแม่ของผมพูดประมาณว่า “คนที่รู้จักบอกว่าเขาชอบพวกลูกมาก”

JR: รวมถึงตอนที่พ่อแม่ของพวกเราขอลายเซ็น เป็นอะไรที่ทำให้มีความสุขมากเลย

 

ในการโปรโมทครั้งล่าสุด ‘Love Paint’ เมมเบอร์ได้มีส่วนร่วมเยอะมาก ในอัลบั้มที่กำลังจะปล่อยเร็วๆนี้ของ NU’EST W จะเป็นแบบไหน ?

แบคโฮ: สำหรับตอนนี้ บอกได้แค่ว่าพวกเรากำลังพยายามอย่างเต็มที่ในการเตรียมอัลบั้ม รวมถึงพิจารณาว่าจะทำอย่างไรที่จะโชว์เสน่ห์ของเมมเบอร์แต่ละคนออกมา

 

คุณมีแผนที่จะย้ายไปอยู่หอพักที่กว้างและดีขึ้นมั้ย?

JR: จริงๆพวกเราเพิ่งย้ายเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วครับ มันค่อนข้างใหญ่และดีพอแล้วครับ

อาร่อน: มันรู้สึกแออัดนิดหน่อย เมื่อห้องของพวกเรานั้นเต็มไปด้วยของขวัญจากพวกแฟนๆ

 

มีของที่เพิ่งได้รับมาชิ้นไหนไหมที่คุณชอบ

JR: เครื่องนวดเท้าครับ! มันทั้งอุ่นทั้งสบาย รู้สึกได้เลยว่าความเหนื่อยล้าของผมได้รับการผ่อนคลาย

อาร่อน: เวลาที่เจอาร์ออกไปทำงาน ผมจะแอบย่องเข้าไปในห้องของเขาและใช้มันครับ (หัวเราะ)

มีงานอดิเรกไหนบ้างที่คุณไม่สามารถหยุดทำมันได้แม้ว่าตอนนี้จะยุ่งมากๆก็ตาม?

เร็น: การนั่งดูคลิปวิดีโอเป็นงานอดิเรกของผมครับ เมื่อไม่นานมานี้ ในรายการนึง ผมดูลิซ่าวง Black Pink เต้นสไตล์ไทย เป็นเรื่องใหม่ที่น่าตะลึงมาก

JR: สำหรับผม คือเล่นเกมครับ! ผมหยุดเล่มเกมไม่ได้

แบคโฮ : งานอดิเรกของผมคือการอยู่ยาวตลอดคืนครับ ผมชอบอยู่ในสตูดิโอเช่นกัน และถ้าผมอยากไปปูซานตอนดึก ผมก็จะไปปูซานเลย…

เร็น: เขาเป็นเพื่อนที่ค่อนข้างยูนิคครับ

อาร่อน: แม้ว่าผมจะไม่สามารถเรียกมันว่างานอดิเรกได้ แต่เพราะไม่นานมานี้ผมยุ่งมาก เมื่อมีเวลาว่างผมจึงหลับตลอด แต่ความจริงที่ว่าผมยุ่งตลอดทั้งวันนั้นเป็นอะไรที่ผมรู้สึกขอบคุณมากจริงๆครับ

 

ดูเหมือนว่าพวกคุณจะมีกิจกรรมที่ชอบทำแยกกัน ไม่มีงานอดิเรกไหนเลยเหรอครับที่เมมเบอร์ทำด้วยกัน?

แบคโฮ: ผมยืนยันเลยว่า มันไม่มีครับ

เร็น: สมัยก่อน พอเราได้รับคำถามแบบนี้ พวกเราจะพยายามหาคำตอบให้ได้ แต่ตอนนี้ก็ไม่มีขึ้นมาในหัวเลยครับ

JR: ผมคิดว่าการที่พวกเราสามารถแยกกันทำในสิ่งที่พวกเราชอบเป็นอะไรที่ดีสำหรับพวกเรา

แบคโฮ: ใช่ครับ มันไม่มีเหตุผลสำหรับพวกเราในการไปปูซาน แล้วมานั่งเล่นเกมของตัวเอง และดูคลิปวิดีโอ (หัวเราะ)

 

ถ้ามีอะไรสักอย่างที่เปลี่ยนแปลงหลังจากไปออกรายการ  ‘Produce 101’ ก็คงจะเป็นเรื่องที่ชื่อจริงๆของคุณถูกพูดถึงมากขึ้น รู้สึกอย่างไรบ้างที่ชื่อจริงของตัวเองถูกรู้จักมากว่าสเตจเนม?

แบคโฮ: แม้ว่ามันจะมีช่วงที่เรียกเร็น มินกิ และ เจอาร์ จงฮยอน แต่สำหรับผม มันจะเป็น ‘แบคโฮ’ เสมอ ถึงขนาดที่ว่าแม่ผมเซฟเบอร์ผมด้วยชื่อ ‘แบคโฮ’ แต่ไม่นานมานี้มีหลายคนเลยครับที่เรียกผม ดงโฮ

JR: ไม่นานมานี้ผมเริ่มเรียกเขาว่าดงโฮเหมือนกันครับ ผมมีความสุขที่ชื่อจริงๆของพวกเราถูกรู้จักมากขึ้น เพราะว่ามันเป็นชื่อที่พวกเราอยากให้คนรู้จักที่สุด

 

ผลตอบรับ NU’EST W นั้นร้อนแรงมาก ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา ฉันมั่นใจว่าต้องมีสถานการณ์ที่พวกคุณได้รับคำแนะนำ มีอะไรที่น่าจดจำเป็นพิเศษมั้ยคะ ?

เร็น: พวกเรามักได้ยินอะไรแบบนี้บ่อยๆครับ “ปัจจุบันเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ช่วงเวลาแบบนี้พวกนายต้องทำงานหนักให้มากขึ้น”

แบคโฮ : ผมคิดว่าสำหรับพวกเรา ทุกเหตุการณ์เป็นอะไรที่สำคัญหมดเลย ไม่มีเวลาไหนที่สำคัญน้อยไปกว่ากัน

JR: ถ้าผมต้องพูดอีกครั้ง  พวกเราไม่เคยเปลี่ยน ทุกช่วงเวลาสำคัญ และมีความหมายสำหรับพวกเราเสมอ

คุณผ่านอะไรมาเยอะมากใน 6 ปีนี้ คุณทำอย่างไรเมื่อต้องเผชิญเรื่องที่ยากลำบาก?

เร็น : เพราะว่าพวกเรานั้นอยู่ด้วยกันมาแปดปีแล้ว ผมคิดว่าพวกเรารับรู้ความลำบากของกันและกันโดยไม่ต้องพูดอะไร

JR: เพราะพวกเราต่างรับรู้ถึงความลำบากของกันและกัน แต่ไม่สามารถที่จะถามว่า ‘นายโอเคไหม’ พวกเราไม่สามารถที่จะพูดอะไรนอกจากอดทนที่จะผ่านมันไปด้วยกัน ถ้าพวกเราเศร้า พวกเราก็จะเศร้าด้วยกัน และเมื่อมีสิ่งดีๆเกิดขึ้น พวกเราก็จะยิ้มรับมันไปด้วยกัน

อาร่อน: ความจริงที่ว่าผมอยู่กับเมมเบอร์ที่มีความฝันและเป้าหมายเดียวกัน นั้นเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่สำหรับผมแล้วครับ

 

ในฐานะ NU’EST W มีอะไรบ้างไหมที่คุณอยากจะได้รับภายในปีนี้

แบคโฮ : สำหรับผม อย่างแรกเลย ผมคิดว่าเป้าหมายต่อไปของผมจะเกิดขึ้นหลังจากแฟนมีตจบไปด้วยดีครับ

เร็น : ผมอยากจะได้ที่ 1 จากรายการเพลงครับ พวกเรายังไม่เคยได้ที่ 1 จากรายการไหนเลย

อาร่อน: ผมก็เหมือนกันครับ!

เจอาร์ : มันไม่มีอะไรเป็นพิเศษที่ผมอยากได้หรืออยากทำครับ ผมจะทำให้ดีที่สุดในทุกอย่างที่ได้รับมอบหมายมา นอกจากนั้นถ้าคนรอบตัวผมมีความสุข นั้นจะทำให้ผมมีความสุขที่สุดครับ

 

 

 

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

ผิดพลาดตรงไหน ขออภัยด้วยค่ะ

 

scanned by morong721
Eng trans. by jetaimedongho
Thai trans. by gemxnxx

[trans] รวมสัมภาษณ์ที่ MxM พูดถึง NU’EST

📍สัมภาษณ์ Osen

Q: เด็กฝึกหลายคนจาก Produce101 ที่เริ่มเข้ามาในวงการเช่นกัน มีทีมไหนที่คุณตั้งตารอเป็นพิเศษไหม

ยองมิน: จากเพื่อนเด็กฝึกทั้งหมด คิมยงกุกและคิมชีฮยอนกำลังจะเดบิวต์เช่นเดียวกัน เพระว่าพวกเขานั้นกำลังจะเดบิวต์แบบดูโอ้เหมือนพวกเรา ผมเลยค่อนข้างอยากรู้ว่าพวกเขาจะแสดงโชว์แบบไหนออกมากันนะ แล้วก็พี่โนแทฮยอน ที่กำลังคัมแบ็คกับ Hotshot อยู่ก็เท่มากเช่นกัน และรุ่นพี่ NU’EST ที่อายุรุ่นเดียวกับผม ตอนอยู่ในรายการ PD101 นั้นผมสนิทกับพวกเขา อย่างไรก็ตามพวกเขาเป็นรุ่นพี่ของพวกเรา ผมคิดว่าตอนนี้ผมคงต้องโค้งตัวให้เขา 90 องศา

📍สัมภาษณ์กับ Ilgan Sports

Q: คุณทำได้ดีเลยนะ ตอนที่ต้องเต้นเพลงยอรอจวอสปีดx2

ยองมิน: เขาบอกพวกเราว่า เราจะได้เต้นกันอีกรอบนึง ผมเลยไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ไม่นึกเลยว่าจังหวะมันจะเร็วขนาดนั้น ผมจำได้เลย พวกเราวุ่นวายมากจนเคนตะและดงโฮถึงกับเต้นไม่ได้ ตอนที่เต้นนั้น ผมคิดว่าผมสามารถทำมันได้ดี เมื่อผมคุ้นเคยกับจังหวะแล้ว

Q: โมเม้นท์ที่คุณจำมันได้ดีที่สุดระหว่างถ่ายรายการ PD101

ดงฮยอน: ผมไม่เคยคาดคิดเลยว่าผมจะได้แข่งกับพี่ดงโฮใน Punch King ตอนอยู่แดจอน ผมมีเพื่อนสนิทอยู่ 3 คน แต่ว่าผมเคยลองต่อยเล่นกับพวกเขาไม่กี่ครั้งเอง ช่วงก่อนที่หมัดของผมจะเข้าปะทะ ผมรู้สึกเลยว่าผมต่อยไปแรงมาก แต่ผมไม่คิดเลยว่ามันแรงจนถึงขนาดอยู่ในระดับที่แข่งกับพี่ดงโฮได้

Q: เมื่อคุณได้เดบิวต์แล้ว คุณน่าจะได้พบพวกเขาตามรายการเพลงในฐานะนักร้อง

ยองมิน : มีหลายคนเลยครับที่กำลังเตรียมที่จะเดบิวต์แบบพวกเรา แล้วยังมีรุ่นพี่ Hotshot และ NU’EST แทนที่จะคิดว่าพวกเราคือคู่แข่งกัน ผมกลับดีใจและภูมิใจที่พวกเรานั้นทำมันได้ดีและจะได้เจอกันอีกครั้ง ผมหวังว่าพวกเราทุกคนจะทำทุกอย่างและผ่านไปด้วยดี

📍สัมภาษณ์กับ Yeonhap News

ยองมิน: หากผมเป็นแฟนคลับของใครสักคนแล้วเขาทำแบบนั้น คิดว่าผมก็คงผิดหวังเหมือนกัน นอกเหนือจากทักษะที่ควรมี ผมควรที่จะมีความรับผิดชอบต่อมันด้วยเช่นกัน. ผมได้รับกำลังใจมากมายในช่วงที่ยากลำบากนั้น แต่ดงโฮกลับเป็นคนเดียวที่ยังเล่นหยอกล้อกับผมเหมือนปกติ และ นั้นได้ให้พลังกับผมเยอะมากๆ ตอนนี้ดงโฮก็กำลังมีเวลาที่ยากลำบากเช่นเดียวกัน เนื่องจากคุณพ่อของเขาเพิ่งเสีย ดังนั้นผมจึงรู้สึกเสียใจมากๆ ที่ผมไม่สามารถเป็นพลังให้กับเขา

eng trans. brandnewboys.wordpress.com (woojinprk)

 

📍 MXM ยองมินพูดถึงจงฮยอนในบทสัมภาษณ์

Q: ใครที่คุณอยากเอามาเป็นแบบอย่างที่สุดใน PD101

ยองมิน: เด็กฝึกเพลดิส คิมจงฮยอนครับ ผมคิดแค่ว่าเขาเป็นคนนึงที่ทำหน้าที่ลีดเดอร์ได้ดี แต่ในช่วงการแสดงสุดท้ายที่พวกเราอยู่ในทีมเดียวกัน และเขาเป็นลีดเดอร์นั้น เมื่อเขาเอาจริง เขาก็เอาจริงสุดๆ แต่เบื้องหลังนั้นเขาก็มาเล่นมาเทคแคร์พวกเรา พอผมมองไป ก็คิดว่าผมควรเป็นแบบเขา การที่เขามีความมุ่งมั่นที่จะทำอะไรสักอย่างนั้น มันทำให้เขาน่าจับตามองกว่าใคร จงฮยอนคือคนที่ผมรู้สึกเสียดายที่เขาไม่ได้เดบิวต์

eng trans. wartortlekjh

 

th trans. gemxnxx

แปลผิดพลาดตรงไหน ขออภัยด้วยนะคะ